ผลกระทบทางด้านจิตใจในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
นพ. สุรวุฒิ ปรีชานนท์
โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่มีการอักเสบ เจ็บปวด ฝืดตึงตามข้อ มีการทำลายข้อ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของข้อหลาย ๆ ข้อ นำมาซึ่งการพิการ ใช้งานไม่สะดวก ช่วยตนเองลำบาก ต้องพึ่งคนอื่น สูญเสียความสวยงามของรูปร่าง มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การงาน เพศสัมพันธ์ สภาวะเศรษฐกิจของผู้ป่วย สภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว สภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติ โรคนี้ก็เหมือนกับโรคอื่นทั่ว ๆ ไป คือ ไม่ใช่ว่าโรคนี้จะมีอาการมากหรือเป็นมาก หรือทรทานมากกับผู้ป่วยทุกคน แต่อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีตั้งแต่น้อย ๆ ไปจนเป็นมาก ๆ แล้วแต่ผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งก็คงเป็นไปตามกรรม ( เก่า ) ของแต่ละบุคคลซึ่งมาเกิดให้เห็นเป็นวิบากทางกายในปัจจุบัน แน่นอนครับผู้ป่วยที่มีอาการข้ออักเสบน้อย ๆ ก็มีผลกระทบทางจิตใจน้อย สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้ออักเสบมาก ๆ ก็จะมีผลกระทบทางจิตใจมาก
เมื่อมีโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ก็เกิดมีผลกระทบทางกายดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ป่วยซึ่งเป็นปุถุชนคนธรรมดาที่ยังมีกิเลสหนาเหมือนพวกเรา ๆ ทั่วไป ก็จะนำมาซึ่งผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปพวกเราทุกคนก็คงจะมีลักษณะมี ตัวกูของกู อยู่ ทำให้ ปรับแนวความคิด ไม่ทันให้เห็นไปตามธรรมหรือความเป็นจริง ผู้ป่วยมีปฏิกริยาทางด้านอารมณ์และความคิด จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีลักษณะของการวิตกกังวลและซึมเศร้ามาก มีอาการอ่อนเพลีย มีปัญหาทางด้านการนอนหลับ อันเนื่องมาจากเวทนาทางกายโน้มทำให้เกิดเวทนาทางจิตใจ การทำงานไม่สะดวก ความพิการของรูปร่าง สูญเสียความงามทางร่างกาย ทำให้ความมั่นใจก็ลดลง และอนาคตที่เคยได้วาดวิมานในอากาศเอาไว้ก็พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มนุษย์ก็ประกอบขึ้นด้วย กายและจิต หรือ รูปกันนาม และอานิสงข์ ความเป็นมนุษย์ก็จะมีลักษณะของ กายอุ้มชูจิต และ จิตอุ้มชูกาย ถ้ากายเกิดเสื่อมหรือพิการจะมีผลกระทบต่อจิตใจ ในทางกลับกันถ้าจิตใจห่อเหี่ยว เซ็ง เบื่อหน่าย เศร้าหมอง กระวนกระวาย ก็จะมีผลสะท้อนย้อนกลับมายังร่างกายเช่นกัน ดังนั้น การรักษาจำเป็นต้องรักษาทางกายและการบำบัดทางจิต ควบคู่กันไปตลอด แพทย์ผู้ดูแลจะให้การรักษาแต่ทางกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องประเมินจิตใจผู้ป่วยและแนะนำให้ผู้ป่วยมีแนวความคิดที่ถูกต้องตลอดจนต้องให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยท้อแท้ ไม่ให้ซึมเศร้า และไม่ให้กังวล จะช่วยตัดวงจรไม่ให้ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เลวหรือทรุดลงไปอีก เพราะการอักเสบของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ทำให้เกิดการซึมเศร้าทางจิตมากขึ้น และการซึมเศร้าทางจิตจากขึ้นก็ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานยิ่งผิดพลาด ทำให้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นมากขึ้นหรือแย่ลง หรือกำเริบซึ่งนับว่าเป็นวงจรอุบาทถ์ จึงจำเป็นจะต้องตัดวงจรนี้ด้วยการให้การรักษาควบคู่กันไปทั้งทางกาย และทางจิต
นอกจากนี้ จากการศึกษายังพบอีกว่า หากคู่สามีหรือภรรยาคนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีอาการซึมเศร้าไปด้วยกับผู้ป่วย จะพบว่าอาการของผู้ป่วยจะยิ่งแย่ไปอีก ดังนั้นผู้ใกล้ชิดคือบิดามารดา ภรรยาสามี บุตรธิดา ของผู้ป่วยควรตั้งสติให้ดี อย่าได้ซึมเศร้าไปกับผู้ป่วย เพราะเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีให้กับผู้ป่วย จะทำให้อาการของผู้ป่วยเป็นมากขึ้น
การรักษาทางกาย
คือ การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ต้องทำเต็มที่และรวดเร็ว คือต้องวินิจฉัยเร็ว รักษาเร็ว และพอเพียง อย่ารอจนเกิดเวทนามาก ๆ และหรือพิการมาก ๆ แล้วค่อยเริ่มรักษา การรักษาทางกายหรือรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ก็ประกอบไปด้วยการรักษาด้วยยา การแนะนำให้ปฎิบัติทางกายที่ถูกต้อง ตลอดจนการรักษาทางกายภาพบางชนิด ยาที่ใช้ลดการอักเสบและลดการดำเนินของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ใช้กันในปัจจุบัน เช่น ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำ ๆ ยาพลาคลินิล ยาซาล่าโซไพริน ยาอะราว่า ยาเมโธเทร็กเซท ยากดภูมิเช่น อะซ่าไซโอปริน ตลอดจนยาสารชีวภาพต่างๆ เป็นต้น ส่วนการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เช่น แนะนำการพัก การออกกำลังกายที่พอเหมาะของข้อและร่างกายทั่วไป แนะนำการใช้เทคนิคต่างๆ ในการช่วยตนเองและประหยัดพลังงาน เทคนิคการป้องกันอันตรายต่อข้อซึ่งอักเสบและอ่อนแออยู่และสำหรับการให้วิธีการทางกายภาพอย่างอื่น เช่น ความร้อน ความเย็น การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะที่ตามความเหมาะสม เป็นต้น
การรักษาทางจิต
หรือการสร้างแนวความคิดที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเผาผลาญจิตซึ่งจิตมีหน้าที่คุมกาย ถ้าจิตร้อน จิตกระวนกระวายจะทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานผิดพลาดยิ่งขึ้น สิ่งที่แพทย์จะต้องแนะนำต่อผู้ป่วยคือ
- ให้เมตตาตัวตน แพทย์ต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าเรื่องของกาย เป็นเรื่องของวิบากหรือ
ผลของกรรมเก่าก็จริง แต่เราต้องสร้างกรรมใหม่ เพื่อมาช่วยเสริมให้กรรมเก่าบรรเทาลงโดยการเมตตาตัวตน เมื่อตัวตนเป็นโรคก็อย่าได้ท้อแท้ อย่าได้สิ้นหวัง ต้องพาตัวตนไปหาหมอได้รับการบำบัดให้ดีที่สุด เพราะเรื่องของโรคไม่ใช่มาแต่กรรมเก่าหรือโบราณกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรมมากด้วยครับ กรรมปัจจุบันจะดีได้ก็อยู่ที่แนวความคิดที่ถูกต้อง จะมาช่วยค้ำจุนจิตและกายของผู้ป่วยทำให้โรคดีขึ้น
- ให้จิตครองอยู่ในบุญ ให้คิดแต่แง่ดี ให้คิดเป็นบวก พยายามให้จิตนิ่งก่อนแล้วค่อยมา
พิจารณาว่า เราจะสามารถช่วยเหลือร่างกายของเราซึ่งเป็นสมบัติที่สำคัญที่สุดที่ได้มาจากพ่อครึ่งหนึ่งและแม่ครึ่งหนึ่ง อย่างไร ..... ให้พยายามคิดในแง่บวกตลอดเวลา มองโลกในแง่ดี เรียกว่า จิตครองอยู่ในบุญ การที่คิดดีจิตครองอยู่ในบุญจะเป็นการเปิดประตูบุญ และปิดประตูบาป บุญกุศลที่เคยกระทำไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาติหนหลังตลอดจนชาติปัจจุบัน จะมาช่วยอุ้มชูชาติทั้งสี่ ขันธ์ทั้งห้า อาการสามสิบสอง ทำให้โรคภัยไข้เจ็บหายไปโดยไว เมื่อจิตคิดเป็นบวก คิดแต่แง่ดี จิตจะเย็น จิตจะไม่เผาผลาญจิต จิตก็จะไม่เผาผลาญกาย ทำให้กายทำหน้าที่ได้ถูกต้องแม่นยำ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบต่อมไร้ท่อ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบภูมิต้านทานที่แปรปรวนในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะเข้าสู่ระเบียบโดยเร็ว ทำให้ควบคุมโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้โดยง่ายครับ
|