
|
ถาม
ดิฉันเป็นคนค่อนข้างอ้วน มีแพทย์เคยบอกว่าดิฉันจะเป็นโรคปวดข้อเมื่อตอนอายุมากขึ้น
จริงหรือไม่ค่ะ?
ตอบ
(โดย รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล)
น้ำหนักตัวที่มากนี้มีผลต่อการทำงานของข้อ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังส่วนเอว
กระดูกข้อสะโพก กระดูกข้อเข่า รวมทั้งข้อเท้าด้วยค่ะ ข้อต่างๆ
เหล่านี้ต้องรับแรงประมาณ 2-4 เท่าของน้ำหนักตัวเราตลอดเวลาที่มีการยืนหรือเดิน
ดังนั้นการลดหรือควบคุมน้ำหนักตัว ก็จะช่วยลดปัญหาปวดข้อในอนาคตได้ค่ะ
|
ถาม
ผมอายุ 73 ปีแล้วเล่นวิดพื้นมานานหลายสิบปี
บางทียอกไหล่บ้าง แต่พักนี้ปวดไหล่มากมา 3 เดือนแล้ว ผมควรทำอย่างไรดีครับ?
ตอบ
(โดย รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล)
การวิดพื้นเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ซึ่งต้องใช้แรงของกล้ามเนื้อแขน และไหล่มากๆ ในการยกน้ำหนักของร่างกายท่อนบน
จึงอาจเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ในบางครั้ง แต่ถ้าคุณปวดมานาน
3 เดือนแล้วยังไม่หาย สมควรพบแพทย์เพื่อรีบรักษา มิให้เป็นเรื้อรัง
และในระยะนี้คุณควรงดการวิดพื้นไปก่อน อีกประการหนึ่งหมอคิดว่าการออกกำลังโดยการวิดพื้นอาจจะหนักเกินไปสำหรับคนวัยนี้
คุณอาจเลือกการออกกำลังกายชนิดอื่นแทน เช่น การยกตุ้มน้ำหนัก
หรือว่ายน้ำ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงได้เช่นกัน โดยไม่เกิดผลเสียต่อกล้ามเนื้อค่ะ
|
ถาม
ป้าอายุ 70 ปีแล้ว ชอบรำไท้เก๊กทุกวันมานาน
3 ปี สมควรทำต่อไปหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพป้าหรือไม่ค่ะ?
ตอบ
(โดย รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล)
การรำไท้เก๊กถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีชนิดหนึ่งสำหรับคนวัยนี้
มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของเอ็นและข้อต่อต่างๆในร่างกาย
นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ไม่ล้มง่าย ซึ่งมีความสำคัญมากในวัยนี้
หมอแนะนำว่าสมควรรำต่อไป คุณป้าจะมีความสุข มีโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนๆ
วัยเดียวกัน ได้รับอากาศบริสุทธิ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพกาย
และสุขภาพจิตดีค่ะ
|
ถาม
ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายโดยการวิ่งจ๊อกกิ้งมาตั้งแต่หนุ่ม
ๆ ขณะนี้ผมอายุ 65 ปี ผมยังสามารถวิ่งจ๊อกกิ้งต่อไปได้หรือไม่ครับ?
ตอบ
(โดย รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล)
การอออกกำลังกายเป็นสิ่งดีมากสำหรับสุขภาพคนเรา จะทำให้ร่างกายโดยเฉพาะระบบหัวใจ
ปอดและกล้ามเนื้อแข็งแรง แต่การวิ่งจ๊อกกิ้งอาจไม่ค่อยเหมาะสำหรับคนที่อายุเกิน
60 ปี เนื่องจากมีแรงกระทำต่อข้อเข่า ข้อเท้า และหลังมาก คุณอาจเลือกการออกกำลังชนิดอื่นที่สามารถทำให้คุณแข็งแรงได้เช่นกัน
โดยไม่เกิดอันตรายต่อร่างกายคุณ เช่น การออกกำลังกายในน้ำ
หรือการเดินเร็ว เป็นต้น อาจจะเหมาะกว่าค่ะ
|
ถาม
อาการปวดข้อ ใช้วิธีฝังเข็ม จะมีส่วนช่วยได้ไหม
จะมีโอกาสหายซักกี่เปอร์เซ็นต์ ?
ตอบ
(โดย รศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู)
การฝั่งเข็มมีส่วนช่วยลดความเจ็บปวดได้ แต่ไม่ทั้งหมดและควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
|
ถาม
กระผมผู้สูงอายุจะขอถามเรื่องโรคข้อที่เป็นปุ่มเป็นจุด
และมีอาการเจ็บปวดมากๆและจะรักษาอย่างไร ?
ตอบ
(โดย พญ.พวงเพชร สุทธิมูลนาม)
ควรไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอน สงสัยว่าอาจจะเป็นโรคเกาต์
ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง
|
ถาม
กระดูกคอเสื่อมจะรักษาหายไหม ?
ตอบ
(โดย รศ.พญ.ฉัฐยา จิตประไพ)
รักษาไม่หายแน่นอน แต่จะชะลอให้เสื่อมช้าลงได้ ถ้ารู้จักการออกกำลังที่ดี
|
ถาม
ดิฉันขอเรียนถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคข้อ
ดังนี้ ดิฉันอายุ 57 ปี มีอาการเจ็บส้นเท้าเวลาเดินจะเจ็บมากตอนตื่นนอน
แต่เดินได้สักพักก็หายเจ็บแต่ถ้ามีการนอนพักนานๆ เวลาเดินก็จะเจ็บทุกครั้ง
ได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล (มีประกันสังคม) ได้รับยา Feldene
& Genesic มารับประทาน ก็พอทุเลาเจ็บ แต่พอหยุดยาก็เจ็บมากขึ้น
และขณะนี้รู้สึกจะเสียวบริเวณเอ็นร้อยหวายด้วย หมอที่รักษาได้แนะนำให้ฉีด
Steroid แต่ดิฉัน เกรงอันตรายจากยาฉีด จึงขอเรียนถามแพทย์ผุ้เชี่ยวชาญทางโรคนี้ช่วยตอบข้อข้องใจด้วยว่าดิฉันควรจะฉีดยาเข้าที่ส้นเท้าหรือไม่
หรือควรจะรับประทานยาในระยะยาว ผลได้เสียอย่างใดจะมากกว่ากันคะ
หวังว่าคงจะได้คำตอบจากสมาคมในเร็ววันนี้นะคะ เพราะดิฉันจะรอก่อนตัดสินใจไปฉีดยาค่ะ
ตอบ
(โดย นพ.สุรวุฒิ ปรีชานนท์)
อาการเจ็บส้นเท้าในผู้ป่วยอายุ 50 ปีขึ้นไป มักเป็นจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุส้นเท้าด้านล่าง
หรือจากเส้นเอ็นบริเวณนั้น ตลอกจนอาจเป็นจากเยื่อบุกระดูกส้นเท้าอักเสบก็ได้
การเสื่อมสภาพอาจทำให้มีการฉีกขาดซึ่งทำให้มีการเจ็บปวด ในหลายกรณีก็พบว่ามีหินปูนมาจับบริเวณที่เสื่อมสภาพและผลึกหินปูนก็แตกออกมา
ทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้นการฉีกขาดเล็กๆ จากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อบุใต้ส้นเท้ามักมีอาการอักเสบจากการที่มีหินปูนบริเวณนั้นแตกร่วมกันไปด้วย
ถ้าหากส่งดูเอกซ์เรย์บริเวณส้นเท้า มักจะพบหินปูนงอกออกมาจากกระดูกใต้ส้นเท้า
โดยทั่วไปผู้ป่วยจะให้ประวัติว่าไม่เคยกระแทกกระทั้นหรือกระทบกระเทือนมาก่อน
- การรักษาโดยทั่วไปถ้ามีอาการเพิ่งเริ่มเป็นไม่นาน แพทย์จะแนะนำให้ใส่ที่รองส้นเท้านิ่มๆ
ไว้ในรองเท้า และสั่งให้กินยาแก้ปวดแก้อักเสบ แต่ก็มักจะไม่ค่อยได้ผลเป็นที่พอใจต่อผู้ป่วย
แพทย์จะเฝ้าดูอาการ หากมีอาการมาก เจ็บปวดมากหรือเดินไม่สะดวก
หรืออาการเป็นต่อเนื่องกันมาเป็นเดือนๆ ก็สมควรที่ให้แพทย์ที่ชำนาญฉีดยาเสตียรอยด์เฉพาะที่
ซึ่งส่วนมากจะได้ผลดี มีคนไข้จำนวนส่วนน้อยที่หลังจากฉีดยาแล้วก็ยังมีอาการเจ็บอยู่
ซึ่งก็สันนิษฐานว่า อาการของเขาเป็นมาจาก การฉีกขาดของเนื้อเยื่อใต้ส้นเท้ามากกว่ามาจากการอักเสบ
ถ้าเป็นเช่นนี้ก็สมควรบอกกับคนไข้ว่า สมควรให้การรักษาโดยกายภาพบำบัด
ร่วมไปกับการกินยาแก้ปวดแก้อักเสบ ตลอดจนใส่ที่เสริมส้นเท้านิ่มๆในรองเท้าให้ด้วย
และแพทย์จะบอกกับคนไข้ว่า อีกหลายๆเดือนข้างหน้าก็จะดีขึ้นเอง
มีคนไข้ส่วนน้อยมากๆ ที่ต้องส่งทำการรักษาโดยวิธีผ่าตัด
- สำหรับอาการบริเวณส้นเท้าบริเวณเอ็นร้อยหวายนั้น พยายามหลีกเลี่ยงการฉีดยา
หากจำเป็นจริงๆก็ต้องแน่ใจว่าแพทย์ที่จะฉีดจะต้องมีประสบการณ์มากพอครับ
|