ทศวรรษโรคกระดูก และข้อ

สหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก และรัฐบาล 37 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ได้ร่วมกันประกาศให้ปี คศ. 2000 - 2010 เป็นปีของโรคกระดูกและข้อ เป็นการร่วมมือของมวลมนุษยชาติในการร่วมกันรณรงค์ ให้ความเป็นอยู่ของประชาชนที่เป็นโรคกระดูกและข้อดีขึ้น โดยมีจุดประสงค์ให้ประชาชนเข้าใจวิธีการรักษาโรคกระดูกและข้อ โดยวิธีการป้องกันและการวิจัย
องค์กรต่าง ๆ ของประเทศไทยที่ประกาศที่จะให้ความร่วมมือในครั้งนี้ มี
1. มูลนิธิโรคข้อ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
3. สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
4. มูลนิธิโรคกระดูกและข้อ

บทบาทของมูลนิธิโรคข้อฯ ในการร่วมมือกับทศวรรษโรคกระดูกและข้อ
1. ให้มีการตระหนัก และการศึกษา ผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากอุบัติเหตุ และโรคที่เกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อ
2. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการดูแล และรักษา
3. ส่งเสริมให้มีกองทุน ในแง่ของการรักษา และงานวิจัย
4. ส่งเสริมให้มีวิธีการรักษาที่คุ้มทุน ( Cost effectiveness ) ในแง่ของการรักษา ป้องกัน จากอุบัติเหตุ และความผิดปกติของโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ

ประเทศไทยโดย รัฐมนตรีสาธารณสุข ( นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ) ได้ประกาศให้ประเทศไทยร่วมในการรณรงค์ ในทศวรรษโรคกระดูกและข้อ เมื่อปี คศ. 2000เหตุผลในการประกาศโรคกระดูกและข้อในช่วง 10 ปีนี้องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่ามีประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลกที่มีความทุกข์ทรมานจากโรคกระดูกและข้อ และจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มโรคนี้จะเพิ่มเป็น 2 เท่า ในปี คศ. 2020ในประเทศไทย โรคข้อโดยเฉพาะโรคข้อเสื่อมที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเกือบร้อยละ 10 ของประชากร 65 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรผู้สูงอายุ โอกาสเป็นโรคข้อเสื่อม อุบัติเหตุจราจรที่ทำให้กระดูกหักเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและความพิการที่สำคัญที่สุดของประเทศในปัจจุบันนี้